คู่มือยืนยันตัวตน (KYC)

เอกสารนี้อธิบายวิธีทำ KYC ระดับ 1 และวิธีอัปเกรดเป็นระดับ 2 พร้อมภาพหน้าจอจริงทุกขั้นตอน และคำแนะนำว่าควรเตรียมเอกสารอะไรไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ผ่านในรอบเดียว

อ่านตรงนี้ก่อน

ตอบทุกคำถามตามความจริงเสมอ
ข้อมูลที่คุณกรอกเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ระบบจะเปรียบเทียบสิ่งที่คุณแจ้งไว้กับธุรกรรมจริงตลอดเวลาที่ใช้งาน
หากข้อมูลไม่ตรงกับการใช้งานจริง บัญชีอาจถูกระงับหรือปิดในภายหลัง ซึ่งแก้ไขยากกว่าการรอตรวจสอบตอนสมัครมาก การกรอกตามจริงตั้งแต่แรกคือทางที่เร็วที่สุดในระยะยาว

1. KYC มีกี่ระดับ และคุณต้องทำระดับไหน
เมื่อเปิดบัญชีครั้งแรก บัญชีของคุณจะอยู่ที่ Level 0 ซึ่งยังทำรายการซื้อขายไม่ได้ ต้องยืนยันตัวตนก่อนจึงจะเริ่มใช้งานได้

หน้าจอแสดงระดับ KYC ปัจจุบันของคุณ — กดที่ “KYC – Personal Verification” เพื่อเริ่ม

ระดับ วงเงินซื้อขาย วิธีดำเนินการ
Level 0 ยังซื้อขายไม่ได้ สถานะเริ่มต้นหลังเปิดบัญชีต้องยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน
Level 1 50,000 บาท / วัน ทำเองในระบบได้ทันที ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่ม (ในกรณีทั่วไป)
Level 2 สูงสุด 2,000,000 บาท / วัน ทำ Level 1 ให้เสร็จก่อน กดยืนยันตัวตน ตอบคำถาม และรอ 24 ชม.

เลือกอย่างไร: ถ้าคุณซื้อขายไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน ทำแค่ Level 1 ก็เพียงพอ หากต้องการเกินกว่านั้น ให้ทำ Level 1 ให้เสร็จก่อน แล้วยื่นขออัปเกรดเป็น Level 2 (ดูหัวข้อ 6)

2. เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม
ใช้เวลาเตรียม 5 นาที แต่ช่วยให้ไม่ต้องเริ่มใหม่กลางคัน เพราะบางขั้นตอนมีเวลาจำกัด

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชนตัวจริง ที่ยังไม่หมดอายุ (ไม่ใช้สำเนาหรือรูปถ่ายในเครื่อง)
  • โทรศัพท์ที่รับ SMS ได้ สำหรับรับรหัส OTP
  • อีเมลที่ใช้งานจริง
  • สถานที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ สำหรับถ่ายบัตรและสแกนใบหน้า

ข้อมูลที่ต้องกรอก

  • ที่อยู่ตามบัตรประชาชน และที่อยู่ปัจจุบัน (ถ้าไม่ตรงกัน)
  • ระดับการศึกษา
  • ข้อมูลการทำงาน — ชื่อบริษัท ประเภทองค์กร ประเภทอาชีพ และที่อยู่ที่ทำงาน
  • รายได้ต่อเดือนโดยประมาณ

ข้อควรระวัง: ชื่อ–นามสกุลที่กรอก ต้องตรงกับบัตรประชาชนทุกตัวอักษร และควรตรงกับชื่อบัญชีธนาคารที่จะผูกไว้ด้วย มิฉะนั้นระบบจะตีกลับ

3. ขั้นตอนทำ KYC Level 1

เริ่มจากเมนู “ยืนยันตัวตน” ในหน้าหลักแล้วทำตามลำดับต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
ระบบจะแสดงเอกสาร 2 ฉบับ คือ Privacy Notice และ Digital Asset Risk เลื่อนอ่านจนสุดหน้า ปุ่ม “ยอมรับข้อตกลง” จึงจะกดได้

ขั้นที่ 2 กรอกเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์

  • เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ไม่ต้องใส่ขีด
  • เบอร์โทรศัพท์ที่รับ SMS ได้ (จะใช้รับ OTP ในขั้นตอนท้าย)

ระบบจะนำคุณไปยังหน้ายืนยันตัวตนของ Olympus ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ eKYC เตรียมบัตรประชาชนตัวจริงไว้ให้พร้อม

ขั้นที่ 3 ทำแบบทดสอบความรู้ 20 ข้อ

  • มีทั้งหมด 20 ข้อ ต้องตอบถูกครบทุกข้อจึงจะผ่าน
  • ระบบเฉลยทันทีในแต่ละข้อ ถ้าตอบผิดจะขึ้นสีแดงและเฉลยข้อที่ถูกให้
  • หากยังไม่ผ่าน สามารถทำใหม่ได้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • เนื้อหาครอบคลุมเรื่อง Spot / Margin trading, Centralized และ Decentralized exchange, คำสั่ง Limit / Market / Stop, และเงื่อนไข Good till cancel / Immediate or cancel / Fill or kill

แบบทดสอบนี้เป็นข้อกำหนดของ ก.ล.ต. เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าใจความเสี่ยงก่อนเริ่มซื้อขาย ไม่ใช่การสอบวัดผล — อ่านคำเฉลยไปด้วยจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้น

ขั้นที่ 4 ให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูล
ระบบจะขอความยินยอมเพื่อใช้ข้อมูลของคุณในการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการปกครอง (DOPA) สำหรับยืนยันตัวตน สำนักงาน ปปง. (AMLO) สำหรับตรวจสอบรายชื่อตามกฎหมายฟอกเงิน และการตรวจสอบสถานะบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง (PEPs)
อ่านรายละเอียดแล้วกด “ยอมรับ” เพื่อดำเนินการต่อ

ขั้นที่ 5 ตอบคำถาม FATCA

เป็นข้อกำหนดระหว่างประเทศ ผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มีสัญชาติ ถิ่นที่อยู่ถาวร หรือภาระภาษีในสหรัฐฯ ให้เลือกตัวเลือกแรก หากไม่แน่ใจ กดดูคำอธิบายในหัวข้อ “ข้อบ่งชี้ว่าเป็นบุคคลในสหรัฐอเมริกาคืออะไร” ก่อนตอบ

ขั้นที่ 6 ถ่ายภาพบัตรประชาชน หน้าและหลัง

อนุญาตให้เว็บไซต์เข้าถึงกล้องเมื่อระบบถาม จากนั้นถ่ายด้านหน้าก่อน แล้วพลิกถ่ายด้านหลัง

  • จัดบัตรให้อยู่ในกรอบ ระบบจะจับภาพอัตโนมัติเมื่อบัตรอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  • เลี่ยงแสงสะท้อน ไม่ถ่ายใต้ไฟจ้าโดยตรง และไม่ใช้แฟลช
  • ไม่ให้นิ้วบังข้อความ โดยเฉพาะเลขบัตรและวันหมดอายุ
  • วางบนพื้นสีเข้มด้าน เช่น โต๊ะไม้ จะช่วยให้ระบบตัดขอบบัตรได้แม่นขึ้น

ขั้นที่ 7 กรอกแบบสอบถาม Source of Funds
ส่วนนี้สำคัญที่สุดและมีผลต่อระยะเวลาอนุมัติมากที่สุด อธิบายละเอียดในหัวข้อ 4

ขั้นที่ 8 ทำแบบประเมิน Suitability Test
แบบประเมินความเหมาะสมในการลงทุน อธิบายในหัวข้อ 5

ขั้นที่ 9 กรอกข้อมูลลงทะเบียน eKYC (3 ส่วน)

  • ส่วนที่ 1/3 ข้อมูลส่วนบุคคล — คำนำหน้า ชื่อ–สกุลภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เลขบัตร วันออกบัตร วันหมดอายุ อีเมล เพศ วันเกิด สถานภาพ สัญชาติ และระดับการศึกษา
  • ส่วนที่ 2/3 ข้อมูลที่อยู่ — ที่อยู่ตามบัตรประชาชน จากนั้นเลือกว่าที่อยู่ปัจจุบันและที่อยู่ตามทะเบียนบ้านตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ตรงให้กรอกเพิ่ม
  • ส่วนที่ 3/3 ข้อมูลการทำงาน — ประเภทองค์กร ชื่อบริษัท ประเภทอาชีพ อาชีพ รายได้ต่อเดือน และที่อยู่ที่ทำงาน

ขั้นที่ 10 ยืนยันข้อมูลและรับรหัส OTP
ตรวจสอบสรุปข้อมูลทั้งหมดที่หน้า “ข้อมูลการยืนยันตัวตน” หากถูกต้องให้กดยืนยัน ระบบจะส่ง OTP 6 หลักไปยังเบอร์ที่ลงทะเบียนไว้ พร้อมแสดงรหัสอ้างอิง (Ref) รหัสมีอายุประมาณ 60 วินาที หากไม่ได้รับให้กดขอรหัสใหม่

ขั้นที่ 11 สแกนใบหน้า

ระบบจะให้ขยับใบหน้าให้อยู่ในวงกลม และอาจให้ขยับเข้าใกล้เพื่อสแกนดวงตา ทำตามข้อความบนหน้าจอ

  • ควรทำ — อยู่ในที่ที่มีแสงสว่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยง — สวมหมวก แว่นตา หรือหน้ากากอนามัย ต้องถอดออกก่อนถ่าย
  • หลีกเลี่ยง — ยืนย้อนแสง หรือมีแสงจ้าจากด้านหลัง
  • หลีกเลี่ยง — มีบุคคลอื่นอยู่ในเฟรมด้านหลัง

ขั้นที่ 12 เสร็จสิ้น

กด “ปิดหน้าต่าง” เพื่อกลับสู่หน้าหลัก ระดับ KYC จะอัปเดตเป็น Level 1 และคุณจะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่าน LINE ว่าบัญชีพร้อมใช้งานแล้ว จากนั้นสามารถเริ่มซื้อขายได้ทันที

4. Source of Funds — ตอบอย่างไรให้ผ่านเร็ว

แบบสอบถามการใช้บริการและแหล่งเงินทุน มี 3 คำถาม

คำถามที่ 1 — วัตถุประสงค์การสมัครใช้บริการ
ตัวเลือกในระบบ:

  • เพื่อการออม
  • เพื่อการลงทุน
  • เพื่อซื้อโทเคนระดมทุน (ICO)
  • เพื่อประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
  • เพื่อโอนสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างประเทศ
  • วัตถุประสงค์ซึ่งมาได้จัดอยู่ในประเภทอื่นเป็นการเฉพาะ
ถ้าคุณคือ เลือก สิ่งที่ควรเตรียม
บุคคลทั่วไป ซื้อ–ขายเพื่อตนเอง เพื่อการลงทุน หรือ เพื่อการออม ไม่ต้องเตรียมเพิ่ม
ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อประกอบธุรกิจฯ หนังสือรับรองบริษัท ใบอนุญาต (ถ้ามี) คำอธิบายลักษณะธุรกิจ ประมาณการธุรกรรมต่อเดือน
มีการโอนสินทรัพย์ข้ามประเทศเป็นปกติ เพื่อโอนฯ ระหว่างประเทศ เหตุผลและปลายทางการโอน หลักฐานความสัมพันธ์กับปลายทาง หลักฐานแหล่งที่มาของเงิน

คำถามที่ 2 — แหล่งที่มาของเงินได้
เป็นช่องแบบเลือกประเทศ ให้เลือกประเทศที่เงินได้ของคุณมาจากจริง

  • รายได้จากงานประจำ ธุรกิจ หรือทรัพย์สินในประเทศไทย → เลือก “ไทย” ไม่ต้องมีเอกสารเพิ่มในกรณีทั่วไป
  • รายได้จากต่างประเทศ → เลือกประเทศนั้นตามจริง และเตรียมเอกสารรองรับ

เอกสารสำหรับผู้มีรายได้จากต่างประเทศ

  • สัญญาจ้างงาน หรือหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้างต่างประเทศ
  • สลิปเงินเดือน หรือ Payment advice ย้อนหลัง 3 เดือน
  • Statement บัญชีธนาคารที่รับเงินเข้า ย้อนหลัง 6 เดือน
  • เอกสารภาษี หรือแบบแสดงรายการภาษีของประเทศนั้น
  • หลักฐานการโอนเงินเข้าประเทศไทย เช่น เอกสารจากธนาคาร

สแกนเป็นไฟล์ PDF ให้อ่านชัดเจน เตรียมไว้ก่อนเริ่มกรอก จะช่วยลดรอบการยื่นซ้ำได้มาก

คำถามที่ 3 — ปริมาณเงินสดหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่คาดว่าจะใช้บริการ
ให้ประมาณการจากการใช้งานจริงที่คุณคาดว่าจะเกิดขึ้น

ช่วงที่เลือก ผลต่อการอนุมัติ เอกสารที่ต้องเตรียม
0 – 2,000,000 บาท ปกติ อนุมัติได้เร็ว ไม่ต้องเตรียมเพิ่ม
2,000,001 – 10,000,000 บาท เข้าสู่การตรวจสอบเพิ่มเติม รอเจ้าหน้าที่อนุมัติ หลักฐานรายได้หรือทรัพย์สิน (ดูรายการด้านล่าง)
มากกว่า 10,000,000 บาท เข้าสู่การตรวจสอบเพิ่มเติม ตรวจสอบเข้มข้นกว่า หลักฐานรายได้หรือทรัพย์สิน และอาจมีการขอข้อมูลเพิ่ม

หลักฐานแสดงแหล่งที่มาของรายได้ที่ใช้ได้

  • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน
  • Statement บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
  • แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ภ.ง.ด.90 หรือ 91 พร้อมใบเสร็จ
  • เอกสารแสดงทรัพย์สิน เช่น สัญญาขายที่ดิน หนังสือรับรองมรดก หรือหลักฐานเงินปันผล
  • งบการเงินหรือหนังสือรับรองบริษัท สำหรับเจ้าของกิจการ

สำหรับผู้ใช้ KYC Level 1 โดยทั่วไป
ถ้าคุณตั้งใจซื้อขายไม่เกิน 50,000 บาทต่อวัน ปริมาณการใช้บริการตามจริงของคุณมักอยู่ในช่วง 0 – 2,000,000 บาทอยู่แล้วโดยธรรมชาติ กรณีนี้เลือกตามจริงก็ผ่านตามปกติ ไม่ต้องกังวล

หากต้องการมากกว่า 50,000 บาทต่อวัน จะมีให้ KYC LV2 ต่อ

5. การเพิ่มสมุดบัญชีธนาคาร (Book Bank) ในระบบ

ข้อควรระวัง

  • โปรดตรวจสอบข้อมูลบัญชีธนาคารให้ถูกต้อง ได้แก่ ชื่อบัญชี, ธนาคาร, สาขา และเลขที่บัญชี
  • กรุณาอัปโหลด รูปถ่ายสมุดบัญชีธนาคารตัวจริง เท่านั้น โดยข้อมูลต้องมองเห็นได้ชัดเจน
  • ไม่รองรับการใช้ Statement หรือหนังสือรับรองบัญชี เพื่อยืนยันข้อมูล
  • หากใส่ข้อมูลไม่ถูกต้อง ระบบจะแจ้งว่า “ถูกปฎิเสธ” โดยให้ทำการลบข้อมูลเดิมที่ผิดพลาดผ่าน Icon ถังขยะ แล้วอัพโหลดข้อมูลใหม่

6. อัปเกรดเป็น KYC Level 2
วงเงินปัจจุบัน 50,000.00 บาท/วัน → หลังอัปเกรด ไม่เกิน 2,000,000 บาท/วัน

ขั้นตอนการอัปเกรด (5 ขั้นตอน)

1
เปิดแอปแล้วกด “ยืนยันตัวตน”
ที่หน้าแรกของแอป 1109 Prime แตะเมนู “ยืนยันตัวตน” (ไอคอนรูปโล่) ในส่วน “ทำรายการ”
2
กด “อัปเกรดเป็น KYC Level 2”
แตะปุ่ม “อัปเกรดเป็น KYC Level 2” ด้านล่างของหน้า
3
ตอบคำถาม 6 ข้อ แล้วกด “ส่งข้อมูล”
ตอบแบบสอบถาม CDD เกี่ยวกับ Financial Profile และ Expectation Transaction Profile ทั้ง 6 ข้อ
เมื่อตอบครบทุกข้อแล้ว กดปุ่ม “ส่งข้อมูล”
4
รอผลการพิจารณาภายใน 24 ชั่วโมง
ระบบจะแจ้งผลการพิจารณาภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับข้อมูลครบถ้วน ทั้งนี้ บริษัทอาจขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมตามความจำเป็น
ระหว่างรอผล ท่านยังทำธุรกรรมได้ตามวงเงินเดิม 50,000.00 บาท/วัน (Level 1)
5
ได้รับ KYC Level 2
เมื่อผ่านการพิจารณา บัญชีของท่านจะปรับเป็น KYC Level 2 อัตโนมัติ วงเงินในการทำรายการเพิ่มเป็น ไม่เกิน 2,000,000 บาท/วัน

คำถามที่ท่านจะต้องตอบ (6 ข้อ)
เพื่อให้กรอกได้รวดเร็ว ท่านสามารถเตรียมคำตอบคร่าว ๆ ของคำถามเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า:
1. มูลค่ารวมที่คาดว่าจะทำธุรกรรมผ่าน 1109 ต่อเดือน
2. มูลค่าธุรกรรมโดยทั่วไปในแต่ละครั้ง
3. ความถี่ในการทำธุรกรรม
4. รูปแบบการทำธุรกรรมที่คาดว่าจะใช้เป็นหลัก (ซื้อ / ขาย / ทั้งสองอย่าง)
5. แหล่งที่มาของเงินยังคงถูกต้องและเป็นปัจจุบันหรือไม่
6. แหล่งที่รับหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลัก (เลือกได้มากกว่า 1 ข้อ)

สิ่งที่ควรทราบ
หากข้อมูลที่ท่านให้ไว้ไม่สอดคล้องกับลักษณะหรือมูลค่าธุรกรรมที่เกิดขึ้น บริษัทอาจทบทวน ปรับลดระดับ KYC หรือวงเงินการใช้งาน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงของบริษัท

7. ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

อาการ วิธีแก้
ถ่ายบัตรประชาชนไม่ผ่าน วางบัตรบนพื้นผิวสีเข้มและด้าน ไม่ใช้แฟลช เลี่ยงแสงสะท้อน ไม่ให้นิ้วบังข้อความ และตรวจสอบว่าบัตรยังไม่หมดอายุ
สแกนใบหน้าไม่ผ่าน ถอดแว่นตา หมวก และหน้ากากอนามัย หันหน้าตรง อยู่ในที่แสงสว่างสม่ำเสมอ ไม่ยืนย้อนแสง และไม่ให้มีบุคคลอื่นอยู่ในเฟรม
ผูกบัญชีธนาคารไม่ได้ ตรวจสอบชื่อบัญชี สาขา ธนาคาร และเลขบัญชีให้ถูกต้อง และถ่ายรูปสมุดธนาคารตัวจริงเท่านั้นในการอัพโหลด (ไม่สามารถใช้ Statement รับรองได้)
ค้างที่หน้ากำลังโหลด ตรวจสอบอินเทอร์เน็ต ปิดหน้าต่างแล้วเข้าใหม่จากเมนูยืนยันตัวตน ระบบจะกลับมาที่ขั้นตอนเดิม
กล้องไม่ทำงาน กด "Allow" เมื่อระบบขอสิทธิ์เข้าถึงกล้อง หากเผลอกดปฏิเสธ ให้ปิดหน้าต่างแล้วเริ่มใหม่ และอนุญาตในครั้งนี้
ตรวจสอบข้อมูล เลขบัตรประชาชน และเบอร์โทรให้ถูกต้องอีกครั้ง
หากขึ้นว่า “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ”อาจเกิดจากเกิดจาก
1. ระบบตรวจสอบใบหน้าอัตโนมัติไม่สามารถยืนยันได้ว่าภาพใบหน้าตรงกับภาพบนบัตร จึงส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยตนเอง
2. อ้างอิงการตอบ Source of funds ที่ต้องทำการตรวจสอบเพิ่มเติมตามหน้า 9-11
3. อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ลองทำผ่านคอมพิวเตอร์ที่มีกล้องแทน เปิดลิงก์ในเบราว์เซอร์แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี LINE เดิม พร้อมลิงก์ที่ให้มา https://liff.line.me/2009290533-CeJDKxsq/dashboard

8. คำถามที่พบบ่อย

ทำ KYC ใช้เวลานานแค่ไหน
Level 1 ใช้เวลากรอกประมาณ 5-10 นาที หากข้อมูลครบถ้วนและไม่เข้าเงื่อนไขการตรวจสอบเพิ่มเติม ระบบจะอนุมัติให้โดยอัตโนมัติ

ถ้าเข้าสู่การตรวจสอบเพิ่มเติม ต้องรอนานไหม
ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร โดยทั่วไปเจ้าหน้าที่จะพิจารณาภายใน 1–5 วันทำการหลังได้รับเอกสารครบ หากส่งไม่ครบจะต้องขอเพิ่มและใช้เวลานานขึ้น

แก้ไขข้อมูลภายหลังได้ไหม
เบอร์โทรศัพท์และบัญชี LINE เป็นข้อมูลที่แก้ไขได้ยาก เนื่องจากต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ ก.ล.ต. การขอเปลี่ยนแปลงอาจใช้ระยะเวลาพิจารณา หรือในบางกรณีอาจไม่สามารถดำเนินการได้